หลักการจัดการเรียนการสอน
หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พุทธศักราช 2546
ระบบสะสมหน่วยกิต ภาคสมทบ

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
การตอบสนองความต้องการของประชาชน
จุดมุ่งหมายของหลักสูตร
โครงสร้างของหลักสูตร
แผนภูมิการจัดการเรียนการสอน
วิธีการจัดการเรียนการสอน
นิยามศัพท์
การรับสมัครนักศึกษา
คุณสมบัติของผู้สมัครเข้าเรียน
หลักฐานการรับสมัคร
การลงทะเบียนรายวิชา
การโอนผลการเรียน

การสอบเทียบประสบการณ์หรือความรู้
การศึกษาด้วยตนเอง
การศึกษาในชั้นเรียน
บทบาทหน้าที่ของอาจารย์ที่ปรึกษา
การจบหลักสูตร
ปรัชญาการศึกษา
โครงสร้างหลักสูตร
อัตราค่าเรียน
การแบ่งกลุ่มผู้เรียน
ประกาศรับสมัครนักศึกษา ปวส.
ถามมาตอบไป

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

         ปัจจุบันประเทศไทย เป็นประเทศที่กำลังพัฒนา และได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทาง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และเทคโนโลยีอย่างมาก จากระบบเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ และบริการ ได้มีการขยายตัวอย่างกว้างขวาง รวดเร็ว ทำให้วิถีการดำเนินชีวิตของคนไทยเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก ดังนั้นการจัดการศึกษา เพื่อผลิตกำลังคนเข้าสู่ตลาดแรงงาน และสถานประกอบการ จึงต้องมีวิธีการที่หลากหลาย และมีคุณภาพ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพของสังคม และความต้องการของตลาดแรงงาน รวมไปถึงภาระหน้าที่ของสถาบันการศึกษา ในการพัฒนากำลังคน ที่ทำงานอยู่ในสถานประกอบการ ให้มีความรู้ความสามารถ ที่สูงขึ้น มีวุฒิการศึกษาที่สูงขึ้น เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ของแรงงานไทยให้สูงขึ้น ให้บุคคลสามารถมีความเจริญก้าวหน้าได้ตามศักยภาพของตน โดยการมีโอกาสศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมได้ ในขณะประกอบอาชีพ อันจะเป็นการพัฒนาคุณภาพของบุคคล ที่เป็นแรงงานขั้นต่ำ ให้มีความรู้ทางวิชาชีพ และพัฒนาแรงงานอาชีพ ให้มีความรู้ทางวิชาชีพที่สูงขึ้น นับเป็นการพัฒนาคนให้มีคุณภาพ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการผลิตคนเพื่อรองรับความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และความต้องการของภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการกำลังคนที่มีความรู้ที่สูงขึ้น มากกว่าผู้ใช้แรงงานไร้ฝีมือ
        ในอดีตที่ผ่านมา กรมอาชีวศึกษาได้ผลิตกำลังคน ในระดับ ช่างกึ่งฝีมือ ช่างฝีมือ ช่างเทคนิค เพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงาน ตามความต้องการของตลาดแรงงาน และสังคม ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการดังกล่าว เป็นจำนวนมาก สามารถเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ ภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ และบริการ ของประเทศได้ และในอนาคตอันใกล้นี้ ตลาดแรงงานก็ยิ่งมีความต้องการ แรงงานในระดับนี้ เพิ่มมากขึ้น
        แต่การผลิต กำลังคนทางด้านวิชาชีพ เพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน ในด้านเดียวย่อมไม่เพียงพอ ในยุคปัจจุบัน เนื่องจาก แรงงานที่กำลังทำงานอยู่ในสถานประกอบการ มีจำนวนมาก บุคคลเหล่านี้ไม่ได้รับการพัฒนา ให้มีความรู้มีคุณวุฒิทางการศึกษาที่สูงขึ้น ยังคงใช้แรงงานอยู่ในระดับเดิม ในหน้าที่เดิม ได้รับค่าตอบแทนเท่าเดิม ทั้งที่มีอายุมากขึ้น มีภาระครอบครัวต้องรับผิดชอบมากขึ้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นปัญหาของสังคม และทำให้ ประเทศชาติขาดแรงงานที่มีฝีมือ และประสบการต่อไป
        จากปัญหาดังกล่าว มีผู้ใช้แรงงานที่สนใจ ต้องการศึกษาหาความรู้ ในภาคนอกเวลาทำงาน ได้เข้าศึกษาในระดับที่สูงขึ้น แต่ยังไม่มีสถานศึกษาที่สามารถเปิดสอนในสาขาวิชาที่ตรงกับความรู้เดิมได้ จึงทำให้ผู้เรียนต้องเปลี่ยนสาขาการเรียน เพื่อเริ่มต้นศึกษาใหม่ ไม่สอดคล้องกับลักษณะงานที่ประกอบอาชีพอยู่ เมื่อจบการศึกษา ก็ไม่สามารถนำความรู้มาพัฒนางานที่ทำได้ ไม่อาจเพิ่มคุณวุฒิในหน้าที่งานที่ทำได้ นับว่าเป็นการสูญเปล่าทางการศึกษา ทั้งระดับที่ศึกษามาแต่เดิม และระดับที่ไปศึกษาเพิ่มเติม รวมไปถึงสถานประกอบการ ก็ไม่ได้รับประโยชน์ จากความรู้ความสามารถของบุคลากรที่มีอยู่ ทำให้ต้องจ้างแรงงานใหม่
        ดังนั้น การอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่สอนวิชาชีพหลายสาขา ที่เป็นผู้ผลิตบุคลากรป้อนให้กับสถานประกอบการที่ตรงกับความต้องการ มาตั้งแต่ต้น จึงต้องให้โอกาสทางการศึกษา แก่บุคลากรที่ทำงานอยู่ในสถานประกอบการ ได้มีโอกาสศึกษาหาความรู้ทางด้านวิชาชีพเพิ่มเติม โดยเฉพาะการพัฒนาผู้ที่จบการศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และผู้จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในตลาดแรงงาน ให้มีความรู้ที่สูงขึ้น ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) นับเป็นการพัฒนาบุคลากรที่ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ และตลาดแรงงานมากที่สุด อีกทั้งตรงกับความต้องการของบุคลากรที่ประกอบอาชีพอยู่ ในการพัฒนาความรู้ที่สูงขึ้นตรงกับสาขาที่ศึกษามา และอาชีพที่ทำ
        หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ภาคสมทบ ระบบสะสมหน่วย เป็นระบบการเรียนการสอน ที่มุ่งให้ผู้เรียน ที่กำลังทำงานในสถานประกอบการ ได้มีโอกาสศึกษาหาความรู้ควบคู่กันไป โดยใช้เวลาว่างที่นอกเหนือจากเวลาทำงานปกติ ทำให้ผู้เรียนไม่ต้องลาออกจากการทำงานเข้าไปเรียนในระบบปกติ ในสถานศึกษา
        การจัดการศึกษา หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ภาคสมทบ ระบบสะสมหน่วยกิต นี้เป็นรูปแบบหนึ่งของการจัดการเรียนการสอน ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียน สามารถเลือกแผนการเรียน และวิธีการเรียน ตามศักยภาพ ความสนใจความถนัด และความสะดวกของตน ยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่กำลังประกอบอาชีพอยู่ในสถานประกอบการ ได้มีโอกาสเข้าศึกษาหาความรู้ เพื่อพัฒนาตนเอง พัฒนาทักษะทางวิชาชีพ โดยได้รับวุฒิทางการศึกษาด้วย
        ทั้งนี้ นับว่าเป็นการสอดคล้องต่อพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ในหมวดที่ 3 ระบบการศึกษา มาตรา 15 การจัดการศึกษา มีสามรูปแบบ คือ " การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย
        วรรค (2) ม. 15 การศึกษานอกระบบ เป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนด จุดมุ่งหมาย
รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญ ของการสำเร็จการศึกษา โดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพปัญหา และความต้องการของบุคคลแต่ละกลุ่ม
        วรรค (3) ม.15 การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย เป็นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ ด้วยตนเอง ตามความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อม และโอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อม สื่อ หรือแหล่งความรู้อื่น ๆ
        สถานศึกษาอาจจัดการศึกษาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง หรือทั้งสามรูปแบบก็ได้
ให้มีการเทียบโอนผลการเรียน ที่ผู้เรียนสะสมไว้ในระหว่างรูปแบบเดียวกันหรือต่างรูปแบบได้ ไม่ว่าจะเป็นผลการเรียนจากสถานศึกษาเดียวกันหรือไม่ก็ตาม รวมทั้งจากการเรียนรู้นอกระบบ ตามอัธยาศัย การฝึกอาชีพ หรือจากประสบการณ์การทำงาน "


หลักสูตร ปวส. ระบบสะสมหน่วยกิต ภาคสมทบ
สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ดังนี้

1. พัฒนาผู้จบ ปวช. ที่อยู่ในสถานประกอบการ ให้มีความรู้ทางวิชาชีพ ที่สูงขึ้น
        ผู้ที่จบการศึกษา ระดับ ปวช. ที่ทำงานอยู่ในสถานประกอบการต่าง ๆ มีอยู่เป็นจำนวนมาก โดยแรงงานเหล่านี้ ยังขาดการพัฒนาฝีมือ ความรู้ความสามารถ ให้สูงขึ้น ขาดการพัฒนาให้มีวุฒิการศึกษาที่สูงขึ้น ยังคงเป็นแรงงานขั้นต่ำ ทั้ง ๆ ที่ ทำงานมาเป็นเวลานาน อันจะทำให้แรงงานของประเทศขาดการพัฒนาส่งเสริม ในขณะที่บุคคลกลุ่มนี้มีความต้องการศึกษาต่อเพื่อให้ได้ความรู้และวุฒิการศึกษาสูงขึ้น เพื่อปรับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่การงานให้สูงขึ้น ให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น แต่ก็ไม่สามารถออกจากงาน เข้าไปศึกษาในระบบปกติ ของสถานศึกษาได้ เนื่องจากต้องประกอบอาชีพ เลี้ยงตนเองและครอบครัว

2. พัฒนาผู้จบ ม.6 ที่อยู่ในสถานประกอบการ ให้มีความรู้ทางวิชาชีพ
        ระบบการศึกษาของประเทศไทย ในปัจจุบันนี้ หลังจากที่นักเรียนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (ม.3) แล้ว จะมีนักเรียนส่วนหนึ่งที่ศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอบปลาย (ม.4) เมื่อจบ ม. 6 แล้วจึงสอบเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย มีนักเรียนจำนวนมากที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ หรือไม่มีทุนทรัพย์ที่จะเรียน ก็จะไปทำงานในสถานประกอบการโดยไม่มีความรู้ทางวิชาชีพ ต้องทำงานเป็นคนงาน ได้รับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ บุคคลกลุ่มนี้ ไม่มีโอกาสศึกษาต่อ หรือพัฒนาตนเองให้มีความรู้ได้ เนื่องจากต้องประกอบอาชีพ

3. พัฒนาบุคลากรที่ต้องการประกอบอาชีพสำรอง
        สำหรับบุคลากรที่ทำงานอยู่ในหน่วยงาน หรือสถานประกอบการ ที่มีอาชีพอยู่แล้ว แต่ต้องการหาความรู้ในวิชาชีพอื่น ๆ เพิ่มเติม ตามความถนัดของตนเอง เพื่อประกอบเป็นอาชีพเสริม หรืออาชีพสำรอง เมื่อประสบภาวะสถานประกอบการเลิกจ้าง หรือไม่สามารถปฏิบัติงานในหน้าที่หลักได้ ก็สามารถมีวิชาชีพสำหรับประกอบอาชีพได้ต่อไป


จุดมุ่งหมายของหลักสูตร

        1. เพื่อจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษา หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พุทธศักราช 2546 ระบบสะสมหน่วยกิต ภาคสมทบ แก่ประชาชนที่ประกอบอาชีพอยู่ในสถานประกอบการและตลาด
แรงงาน
        2. จัดการเรียนการสอนวิชาชีพ ตามความถนัด ความพร้อม และโอกาสของผู้เรียน โดยใช้เวลาว่างจากการประกอบอาชีพ มาศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม มีกำหนดระยะเวลาในการเรียนไม่เกิน 6 ปี
        3. จัดการเรียนการสอนวิชาชีพ โดยรูปแบบวิธีการเรียนที่หลากหลาย เรียนรู้ด้วยตนเองได้ , การสอบเทียบประสบการณ์ , การโอนผลการเรียน และการเรียนในห้องเรียนที่สถานศึกษาจัดให้ โดยเป็นไปตามความต้องการและศักยภาพของผู้เรียน
        4. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถ มีทักษะทางวิชาชีพ มีวุฒิทางการศึกษา ที่สูงขึ้น อันเป็นการพัฒนาบุคลากรทางวิชาชีพ ให้มีความก้าวหน้า ในหน้าที่และทักษะฝีมือ ที่สูงขึ้น
        5. เพื่อพัฒนาศักยภาพ แรงงานด้านวิชาชีพของประเทศ ให้มีความรู้ความสามารถ ทันต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และความเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคมไทย และสังคมโลก

โครงสร้างของหลักสูตร

โครงสร้างหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวส.) พุทธศักราช 2546 แบ่งเป็น 3 หมวด วิชา และ 1 หมวด กิจกรรม ดังนี้
        1. หมวดวิชาพื้นฐาน
        2. หมวดวิชาชีพ
                2.1 วิชาชีพพื้นฐาน
                2.2 วิชาชีพเฉพาะ
                2.3 วิชาชีพเลือก
                2.4 การฝึกงาน หรือการทำโครงงาน หรือการทำโครงการวิชาชีพ
        3. หมวดวิชาเลือกเสรี
        4. หมวดกิจกรรม

        จำนวนหน่วยกิต และรายวิชา ของแต่ละหมวดวิชา ตลอดหลักสูตร ของแต่ละประเภทวิชาและสาขาวิชา ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ ในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พุทธศักราช 2546 ของกรมอาชีวศึกษา ทุกประการ


แผนผังวิธีการจัดการเรียนการสอน ปวส. ระบบสะสมหน่วยกิต ภาคสมทบ



วิธีการจัดการเรียนการสอน

        การจัดการเรียนการสอน หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พุทธศักราช 2546
ระบบสะสมหน่วยกิต ภาคสมทบ เมื่ผู้เรียน ได้ขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา และลงทะเบียนรายวิชาแล้ว
นักศึกษาสามารถเลือก วิธีการเรียนได้ 4 วิธี ดังนี้

        1. ศึกษาในชั้นเรียน ศูนย์การเรียน ศูนย์บริการทางการศึกษา ที่สถานศึกษาจัดให้
        2. ศึกษาด้วยตนเอง จาก แหล่งความรู้ต่าง ๆ เช่น
                2.1 คู่มือการสอน , ชุดการสอน , ใบความรู้ , ใบงาน , ตำราเรียน
                2.2 จากสื่อต่าง ๆ เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ , สื่อโสตทัศน์ , สื่อประสม . สื่อทางไกล ,
                2.3 หรือแหล่งวิทยาการต่าง ๆ ทั้งของรัฐ และเอกชน
                2.4 ศึกษาในสถานประกอบการทั้งภาครัฐ และเอกชน
                2.5 จากภูมิปัญญาท้องถิ่น และผู้ทรงคุณวุฒิ แล้วมาสอบวัดผลประเมินผลการเรียน
        3. ขอสอบเทียบประสบการณ์ และความรู้ (กรณีที่ผู้เรียนมีความรู้และทักษะอยู่แล้ว)
        4. การโอนผลการเรียน จากหลักสูตรอื่น ๆ ในสถานศึกษาเดียวกัน หรือต่างสถานศึกษาก็ได้

        การจัดการเรียนการสอน ด้วยวิธีการดังกล่าว จะต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมและความต้องการ ของผู้เรียน โดยผู้เรียนจะต้องระบุชัดแจ้ง ว่าจะเลือกเรียนโดยวิธีใด ใน 1 - 4 วิธี ในแต่ละรายวิชา ลงในบัตรลงทะเบียนเรียน
        การเรียนในวิธีที่ 1, 2, 3 สถานศึกษาจะต้องจัดให้มีอาจารย์ที่ปรึกษา และจัดให้มีการทดสอบ หรือการประเมินความรู้ แล้ววัดผลสัมฤทธิ์ออกมาเป็นระดับคะแนน ในทุกรายวิชา เพื่อนำไปสะสมผลการเรียนไว้ในใบระเบียนการเรียน ของนักศึกษาต่อไป
        การเรียนในวิธีที่ 4 โดยผู้เรียนสามารถนำผลการเรียนจากภายในสถานศึกษา หรือจากสถานศึกษาอื่น ที่มีระดับคะแนน มาขอโอนผลการเรียน ให้สถานศึกษานำผลการเรียนนั้น นำไปสะสมลงในใบระเบียนการเรียนได้ หรือ สถานศึกษาอาจตั้งคณะกรรมการ ขึ้นพิจารณาประเมินความรู้ของผู้เรียน ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลพินิจของสถานศึกษา
        เมื่อผู้เรียน ได้สะสมผลการเรียนในรายวิชาต่าง ๆ ครบทุกรายวิชา ตามแผนการเรียนของสถานศึกษา ให้สถานศึกษาทำการทดสอบประเมินผลการจบหลักสูตร ตามมาตรฐานวิชาชีพในแต่ละสาขา ของการอาชีวศึกษา เมื่อผู้เรียนสอบผ่าน และเป็นไปตามข้อกำหนดการจบหลักสูตร จึงถือว่าจบหลักสูตร


นิยามศัพท์เฉพาะ

นิยามศัพท์ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอน ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง
ปวส. พุทธศักราช 2546 ระบบสมหน่วยกิต ภาคสมทบ

        ภาคสมทบ หมายถึง ระบบการเรียนการสอนที่สถานศึกษาจัดให้ผู้เรียน นอกเหนือจากเวลาทำการปกติ คือภาคนอกเวลาราชการ ในวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 16.30-21.00 น. , วันเสาร์ - วันอาทิตย์ เวลา 8.00 - 21.00 น. โดยจัดกลุ่มผู้เรียน เป็นกลุ่มเฉพาะที่แยกออกจากนักศึกษาภาคปกติ

        การสะสมหน่วยกิต หมายถึง การนำผลการเรียนที่ได้จากการศึกษาในรายวิชาต่าง ๆ จากหลักสูตรเดียวกัน หรือหลักสูตรอื่นใดที่เทียบโอนผลการเรียนกันได้ มาสะสมลงในใบระเบียนการเรียน ให้ครบตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พุทธศักราช 2546 ภายในระยะเวลาไม่เกิน 6 ปี

        การเทียบโอนผลการเรียน หมายถึง การนำผลการเรียนจากสถานศึกษาหนึ่ง ไปยังอีกสถานศึกษาหนึ่ง หรือการนำเอาผลการเรียนจากหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น หรือหลักสูตรอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน แต่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่น ไปยังหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ปวส. พุทธศักราช 2546

        การศึกษาในสถานประกอบการ หรือแหล่งวิทยาการทั้งภาครัฐและเอกชน หมายถึง การที่ผู้เรียนเข้าไปศึกษาหรือทำงาน ในสถานประกอบการ หรือแหล่งวิทยาการทั้งภาครัฐและเอกชน ที่สถานศึกษาเห็นชอบเมื่อศึกษาครบตามเนื้อหาสาระของรายวิชา และผ่านการประเมินผลการเรียนแล้ว สามารถนำผลการเรียนนั้น มาโอน เข้าในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ปวส. พุทธศักราช 2546

        การสอบเทียบประสบการณ์หรือการสอบเทียบความรู้ หมายถึงการให้ผู้เรียนที่มีความรู้ความสามารถ ตามเนื้อหาสาระ รายวิชาของหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ปวส. พุทธศักราช 2546 สามารถขอสอบเทียบประสบการณ์และความรู้ โดยวิธีการสอบ หรือการประเมินผล โดยคณะกรรมการที่สถานศึกษาแต่งตั้งขึ้น แล้ววัดผลเป็นระดับคะแนน

        การเทียบประสบการณ์งานอาชีพ หมายถึง การให้ผู้เรียนที่มีประสบการณ์จากงานอาชีพ ที่ตรงตามเนื้อหาสาระรายวิชาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ปวส. พุทธศักราช 2546 สามารถขอเทียบประสบการณ์งานอาชีพต่อสถานศึกษา โดยสถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลการประกอบอาชีพ ตามเกณฑ์ซึ่งได้กำหนดไว้

        การศึกษาด้วยตนเอง หมายถึง การที่ผู้เรียนสามารถเลือกวิธีการเรียน ด้วยตนเองได้อย่างอิสระ
จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น

- คู่มือการสอน , ชุดการสอน , ใบความรู้ , ใบงาน , ตำราเรียน
- จากสื่อต่าง ๆ เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ , สื่อโสตทัศน์ , สื่อประสม . สื่อทางไกล ,
- หรือแหล่งวิทยาการต่าง ๆ ทั้งของรัฐ และเอกชน
- ศึกษาในสถานประกอบการทั้งภาครัฐ และเอกชน
- จากภูมิปัญญาท้องถิ่น และผู้ทรงคุณวุฒิ
         เมื่อผู้เรียนมีความรู้ตรงตามเนื้อหาสาระรายวิชาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ปวส. พุทธศักราช 2546 ผู้เรียนสามารถขอทดสอบและประเมินผลการเรียน ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในแต่ละรายวิชา
        การศึกษาในชั้นเรียน หมายถึง การศึกษาในชั้นเรียนตามที่สถานศึกษาจัดให้ โดยมีอาจารย์ผู้สอน
ในชั้นเรียนตามวันเวลาที่กำหนด ในรายวิชาของหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ปวส. พุทธศักราช 2546 แล้วมีการทดสอบประเมินผลการเรียน เป็นระดับคะแนน


การรับสมัครนักศึกษา

        สถานศึกษา จะรับนักศึกษา เข้าศึกษาในประเภทวิชาใด และสาขาวิชาใด ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พ.ศ. 2546 (สะสมหน่วยกิต) ให้เป็นไปตามข้อกำหนดในการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรของกรมอาชีวศึกษา
        การรับสมัครผู้เรียน สถานศึกษาอาจใช้วิธีการ สอบคัดเลือก หรือคัดเลือก ก็ได้
        ในกรณีที่นักศึกษา ได้ศึกษาในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พ.ศ. 2546 มาก่อนแล้วจากสถานศึกษาอื่น แต่ออกกลางคัน ก็สามารถสมัครเข้าศึกษาในหลักสูตรนี้ได้ และสามารถโอนผลการเรียน จากสถานศึกษาเดิมมาได้ ซึ่งเป็นการช่วยเหลือนักศึกษาให้สำเร็จการศึกษาได้เร็วขึ้น เพื่อลดความสูญเปล่าทางการศึกษาได้ในระดับหนึ่ง
        กรณีที่นักศึกษา กำลังศึกษาในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พ.ศ. 2546 อยู่ในสถานศึกษาอื่น หรือในสถานศึกษานี้ แต่เป็นการศึกษา ในประเภทวิชา หรือสาขาวิชาอื่น ที่ไม่ตรงกับสาขาวิชาที่สมัครใหม่ ก็สามารถสมัครเรียนได้ และสามารถ โอนผลการเรียนในรายวิชาที่ตรงกันมาได้ทั้งหมด


คุณสมบัติของผู้สมัครเข้าเรียน

        1. ผู้สมัครเข้าเรียนต้องมีพื้นความรู้สอบได้ไม่ต่ำกว่าระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือ สอบได้ไม่ต่ำกว่าระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือเทียบเท่า
        2. ผู้สมัครเข้าเรียน ต้องมีคุณสมบัติเหล่านี้
                2.1 มีความประพฤติเรียบร้อย
                2.2 มีร่างกายแข็งแรงและเหมาะสมในการเรียนสาขาวิชานั้น ๆ
                2.3 ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ หรือติดยาเสพติดร้ายแรง
                2.4 ถ้าเคยถูกลงโทษให้ออกจากสถานศึกษา เพราะมีความผิดร้ายแรง จะต้องพ้นสภาพนักศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันสมัครเข้าเรียน
        2.5 ไม่จำกัดอายุและสถานภาพ
        2.6 เป็นผู้ผ่านการสอบคัดเลือก หรือคัดเลือกให้เข้าเรียนได้
        2.7 กรณีที่ผู้สมัครเข้าเรียนมีอายุไม่ครบ 18 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันที่สมัครเข้าเรียน จะต้องมีผู้ปกครองหรือบุคคลที่น่าเชื่อถือรับรอง
        2.8 มีภูมิลำเนาเป็นหลักแหล่ง โดยมีสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน หรือหลักฐานที่ทางราชการจัดทำขึ้นในลักษณะเดียวกัน มาแสดง
        2.9 มีความเคารพ เลื่อมใส ศรัทธาต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ด้วยความจริงใจ
        2.10 มีเจตคติที่ดีต่อการปกครองระบบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

หลักฐานการสมัคร

        1. สำเนาใบสุทธิ หรือสำเนาใบระเบียนแสดงผลการเรียน ที่แสดงว่าผู้สมัครสอบได้ไม่ต่ำกว่าระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือ สอบได้ไม่ต่ำกว่าระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือเทียบเท่า พร้อมทั้งนำตัวจริงมาแสดง
        2. สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด พร้อมนำฉบับจริงมาแสดง
        3. รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป (ไม่สวมหมวก และไม่สวมแว่นตาดำ ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน)
        4. หลักฐาน อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น เอกสารการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล


การลงทะเบียนเรียนรายวิชา

แนวทางในการลงทะเบียนเรียนรายวิชา มีดังนี้

        1. ให้สถานศึกษากำหนด แผนการเรียน ของกลุ่มผู้เรียน
        2. ให้สถานศึกษาจัดให้ผู้เรียน ลงทะเบียนเรียน รายวิชาต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จก่อนวันเปิดภาคเรียน
        3. การลงทะเบียนรายวิชา จะต้องได้รับความเห็นชอบ จากอาจารย์ที่ปรึกษา หรือผู้ควบคุมการฝึก
        4. ผู้เรียนจะต้องลงทะเบียนเรียน ด้วยตนเอง ตามวันเวลาที่สถานศึกษากำหนด โดยแจ้งความประสงค์ในบัตรลงทะเบียนว่า จะเลือกวิธีการเรียนในแต่ละรายวิชา ด้วยวิธีใด คือ
                4.1 ลงทะเบียนเรียน แบบเรียนในห้องเรียน
                4.2 ลงทะเบียนเรียน ศึกษาด้วยตนเอง
                4.3 ลงทะเบียนเรียน แบบเทียบประสบการณ์
                4.4 ลงทะเบียนเรียน แบบโอนผลการเรียน
พร้อมทั้งชำระเงินค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตามระเบียบว่าด้วยการเก็บเงินบำรุงการศึกษา
        5 ในกรณีที่ผู้เรียน ไม่สามารถมาลงทะเบียนเรียน ด้วยตนเองได้ จะมอบหมายให้ผู้อื่นมาลงทะเบียนเรียนแทน ให้สถานศึกษาพิจารณาเป็นราย ๆ ไป
        6 ผู้เรียนที่มีเหตุขัดข้องทางการเงิน ประสงค์จะขอผ่อนผันการชำระเงิน ค่าลงทะเบียนเรียนรายวิชา กระทำได้โดย ยื่นคำร้องขอผ่อนผันต่อหัวหน้าสถานศึกษา หากผู้ที่มีอายุไม่ครบ 18 ปีบริบูรณ์ ต้องมีผู้ปกครองมาดำเนินการด้วย การชำระเงินให้ชำระได้ในภาคเรียนหนึ่งเป็นจำนวน 2 ครั้ง แต่ครั้งสุดท้ายจะต้องชำระก่อนการสอบปลายภาค หรือการประเมินผล
        7 สถานศึกษาอาจให้ผู้เรียน ลงทะเบียนรายวิชาหลังจากวันที่กำหนดได้ โดยกำหนดวันสิ้นสุดการลงทะเบียนเรียนไว้ไม่เกิน 15 วัน นับแต่วันเปิดเรียน หรือไม่เกิน 5 วัน นับแต่วันเปิดเรียนภาค
ฤดูร้อน ทั้งนี้ผู้เรียนจะต้องเสียค่าปรับตามระเบียบว่าด้วยการเก็บเงินบำรุงการศึกษา
        8 ผู้เรียนที่ไม่ได้ลงทะเบียนเรียนภายในเวลาที่สถานศึกษากำหนด ถ้าประสงค์จะรักษาสภาพการเป็นนักศึกษา จะต้องลงทะเบียนรักษาสภาพภายในระยะเวลาที่สถานศึกษากำหนด ซึ่งไม่เกินเวลาในภาคเรียนนั้น ๆ
        9 รายวิชาที่ต้องเรียนต่อเนื่องกันเป็นลำดับ ผู้เรียนจะต้องลงทะเบียนเรียนรายวิชาต้นก่อน ส่วนรายวิชาที่เนื้อหาไม่ต่อเนื่องกัน ผู้เรียนจะลงทะเบียนเรียนรายวิชาใดก่อน หรือหลัง ก็ได้
        10 ผู้เรียนจะขอเปลี่ยนวิชาที่ได้ลงทะเบียนเรียนไว้แล้ว หรือขอเพิ่ม ขอถอน รายวิชา ได้ ภายใน 15 วัน นับแต่วันเปิดภาคเรียน หรือภายใน 5 วัน นับแต่วันเปิดเรียนภาคฤดูร้อน ทั้งนี้ต้องผ่านความเห็นชอบจาก อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ที่ปรึกษา หรือ ผู้ควบคุมการฝึก

        หมายเหตุ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พุทธศักราช 2546 สะสมหน่วยกิต ภาคสมทบ
มีลักษณะการจัดการเรียนการสอน เป็นไปตาม หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พุทธศักราช 2546 ทุกประการ แตกต่างกันที่วิธีรูปแบบการเรียน ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เรียน ที่ไม่มีโอกาสเข้าศึกษาในระบบปกติ ได้ศึกษาวิชาชีพ เพื่อเพิ่มพูนประสบการความรู้และคุณวุฒิได้ ในหลากหลายวิธีการเรียน โดยคำนึงถึงความรู้ความสามารถที่ผู้เรียนมีอยู่แล้ว และมาเรียนเพิ่มเติมเพื่อเติมเต็มในส่วนที่ขาดไปให้ครบตามเกณฑ์ของหลักสูตร ก็สามารถที่จะจบหลักสูตรนี้ได้


การโอนผลการเรียน

        สำหรับผู้เรียนที่ ได้ผ่านการศึกษาในรายวิชาที่ตรงหรือใกล้เคียง กับหลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พุทธศักราช 2546 จากสถานศึกษาใด ๆ โดยมีใบรับรองผลการเรียนเป็นระดับคะแนน มาแสดง ก็สามารถดำเนินการขอเทียบโอนผลการเรียนได้ ดังนี้
        1. ยื่นคำร้อง ขอโอนผลการเรียน ต่อสถานศึกษา พร้อมหลักฐานแสดงว่าได้ผ่านการเรียน ในรายวิชานั้น ๆ ซึ่งจะต้องได้ระดับคะแนนไม่ต่ำกว่า ระดับ 2 ,3,4 เท่านั้น ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษา หรือครูผู้ควบคุมการฝึก
        2. สถานศึกษาจะต้องตั้งคณะกรรมการประเมินผลการเรียน โดยพิจารณารับโอนผลการเรียนในรายวิชานั้น ๆ เข้ามาสะสมในระเบียนการเรียนของผู้เรียน ได้ทันที หรือคณะกรรมการ จะทำการประเมินผลการเรียนแล้วให้ระดับคะแนนใหม่ ก็ได้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการ
        3. สถานศึกษาสามารถรับโอนผลการเรียน ได้ในทุก ๆ รายวิชา ที่กำหนดในหลักสูตร ทั้งจากต่างสถานศึกษา หรือในสถานศึกษาเอง แต่ต่างสาขาวิชากันก็ได้


การสอบเทียบประสบการณ์หรือความรู้

        สำหรับผู้เรียนที่มีความรู้ มีประสบการณ์ ตรงกับเนื้อหารายวิชาในหลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พุทธศักราช 2546 ที่มีความประสงค์ไม่ขอเรียนในชั้นเรียน ก็สามารถขอสอบเทียบประสบการณ์ หรือเทียบความรู้ได้ทุกวิชา ทั้งวิชาที่เป็นทฤษฎี และวิชาที่เป็นภาคปฏิบัติ ดังนี้
        1. แจ้งความจำนงไว้ในบัตรลงทะเบียน เมื่อตอนลงทะเบียนเรียน โดยเลือกวิธีการเรียนแบบ ขอสอบเทียบประสบการณ์ หรือเทียบความรู้ โดยได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษา
หรือครูฝึก
        2. พบอาจารย์ที่ปรึกษา หรือครูฝึก เพื่อกำหนดวัน และสถานที่สอบ
        3. สถานศึกษาตั้งคณะกรรมการ สอบเทียบประสบการณ์ หรือเทียบความรู้ ไม่ต่ำกว่า 3 คน โดยกำหนดวิธีการสอบ ออกข้อสอบ ดำเนินการสอบ และประเมินผลออกมาเป็นระดับคะแนน
แล้วแจ้งให้งานวัดผลการศึกษาทราบ ภายในภาคเรียนนั้น ทั้งนี้ให้คณะกรรมการ ยึดถือ เนื้อหาสาระ และมาตรฐานของหลักสูตร เป็นสำคัญ การตัดสินของคณะกรรมการถือว่า สิ้นสุด
        4. หากผู้ขอสอบ สอบไม่ผ่านการประเมิน ของคณะกรรมการ ให้ทำการลงทะเบียนเรียนใหม่ ในภาคเรียนต่อไป โดยไม่มีการสอบซ่อม


การศึกษาด้วยตนเอง

        หากผู้เรียนเห็นว่า เนื้อหาวิชาในบางวิชา ผู้เรียนมีความสามารถที่จะค้นคว้า หรือศึกษาด้วยตนเองได้ จากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ผู้เรียนก็สามารถเลือกวิธีการลงทะเบียนเรียน แบบเรียนด้วยตนเองได้ โดยไม่ต้องเข้ามาฟังการบรรยายในห้องเรียน ไม่มีการนับเวลาเรียน โดยปฏิบัติดังนี้

        1. เลือก วิธีการลงทะเบียนเรียน แบบเรียนด้วยตนเอง ในบัตรลงทะเบียน ในวันลงทะเบียนเรียน
        2. สถานศึกษาตั้ง อาจารย์ที่ปรึกษา โดยการรวมกลุ่มผู้เรียนที่ลงทะเบียนเรียนด้วยวิธีการเช่นนี้ เป็นกลุ่ม กลุ่มละไม่ต่ำกว่า 15 คน ต่ออาจารย์ที่ปรึกษา 1 คน เพื่อให้คำแนะนำในการศึกษา และแจ้งขอบเขต เนื้อหาสาระ และมาตรฐานของหลักสูตร แล้วให้อาจารย์ที่ปรึกษาดำเนินการออกข้อสอบ และประเมินผล โดยให้สถานศึกษาดำเนินการสอบในตารางและสถานที่ที่สถานศึกษาจัดให้ มีกรรมการคุมสอบ อย่าให้เกิดการทุจิต แล้วประเมินผลออกมาเป็นระดับคะแนน แล้วแจ้งให้งานวัดผลการศึกษาทราบ ภายในภาคเรียนนั้น ทั้งนี้โดยให้เป็นไปตามระเบียนวิธีการวัดผลการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ

        3. พบอาจารย์ที่ปรึกษาหรือครูฝึก เพื่อรับคู่มือ หรือเอกสาร ประกอบชุดวิชา รับทราบเนื้อหาสาระ และมาตรฐานของหลักสูตร โดยอาจารย์ที่ปรึกษา สามารถมอบหมายงาน โครงงาน ให้ทำ หรือนัดหมายทำข้อสอบเก็บคะแนนเป็นระยะ ๆ โดยถือเป็นส่วนของคะแนนเก็บ ก็ได้
        4. ผู้เรียนต้องเข้าสอบ ตามตารางและสถานที่ที่สถานศึกษาจัดให้ โดยสุจริต
        5. หากผู้เรียนไม่เข้าสอบ ตามที่กำหนด หรือสอบไม่ผ่านโดยได้ระดับคะแนน 0 ให้ผู้เรียนลงทะเบียนเรียนใหม่


การศึกษาในชั้นเรียน

        ในรายวิชาที่ผู้เรียน ขาดประสบการณ์ ไม่สามารศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองได้ ผู้เรียนก็สามารถเลือวิธีการเรียนแบบศึกษาในชั้นเรียนได้ ดังนี้
        1. เลือกลงทะเบียนเรียน แบบศึกษาในชั้นเรียน ในบัตรลงทะเบียนเรียน ในวันลงทะเบียนเรียน
        2. ให้สถานศึกษา จัดกลุ่มผู้เรียนตามรายวิชา ตามความเหมาะสม
        3. ให้สถานศึกษาจัดทำตารางเรียน กำหนดวันเรียนโดยแจ้งให้ผู้เรียนทราบล่วงหน้า
        4. ให้สถานศึกษาจัดอาจารย์เข้าสอน ให้ครบ ตามตารางเรียนที่กำหนด ในภาคเรียนนั้น ๆ โดยผู้เรียนจะต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่า 75 % ของเวลาเรียนทั้งหมด
        5. อาจารย์ผู้สอน กำหนดสัดส่วนของการวัดผล ให้เหมาะสม โดยแจ้งให้ผู้เรียนทราบล่วงหน้า แล้วดำเนินการสอนตามตาราง โดยอาจมีการสอบเก็บคะแนน ระหว่างภาคเป็นระยะ ๆ ก็ได้ หรืออาจจัดให้มีการสอบปลายภาคก็ได้ โดยให้เป็นไปตามระเบียนวิธีการวัดผลการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ
        6. ให้อาจารย์ผู้สอนประเมินผลเป็นระดับคะแนน ส่งงานวัดผลการศึกษาภายในภาคเรียนนั้น ๆ
        7. หากผู้เรียนได้ระดับคะแนนไม่ผ่าน ให้ลงทะเบียนเรียนใหม่ โดยไม่มีการสอบซ่อม


บทบาทหน้าที่ของอาจารย์ที่ปรึกษา

        การจัดการเรียนการสอน ตามหลักสูตรประกาศนียบัตร วิชาชีพชั้นสูง พุทธศักราช 2546 ภาคระบบสะสมหน่วยกิต ภาคสมทบ ต้องมีการแนะนำนักศึกษา ในการวางแผนการเรียน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีอาจารย์ที่ปรึกษา คอยแนะนำให้คำปรึกษา ติดตามกำกับดูแล วิธีการลงทะเบียนเรียน การเลือกรูปแบบวิธีการเรียน และการเรียนของนักศึกษา ให้เป็นไปตามระเบียบแบบแผนที่กำหนดไว้ เพื่อให้นักศึกษาสามารถเรียนได้อย่างเกิดสัมฤทธิผล จนจบหลักสูตร จึงมีความจำเป็นที่ต้องกำหนดบทบาทหน้าที่ของอาจารย์ที่ปรึกษา ดังต่อไปนี้

        1. ให้คำปรึกษาแนะนำ การทำและตรวจสอบหลักฐานสัญญา การเป็นนักศึกษา
         2. ปฐมนิเทศนักเรียนนักศึกษาในความรับผิดชอบ ในด้านการเรียน ความประพฤติ ระเบียบ วินัย และข้อบังคับต่าง ๆ ของสถานศึกษา รวมทั้งการให้ความรู้เกี่ยวกับแหล่งบริการ และสวัสดิการ ต่าง ๆ ของสถานศึกษา ที่นักเรียนนักศึกษาจะเข้าไปขอความช่วยเหลือ
         3. ให้ความเห็นชอบ แก่นักเรียนนักศึกษา ในการลงทะเบียนรายวิชา (ลงทะเบียนเรียน หรือลงทะเบียนสอบเทียบความรู้และประสบการ หรือ การลงทะเบียนเรียนด้วยตนเอง หรือการโอนผลการเรียน) การขอเปลี่ยน ขอเพิ่ม ขอรวม ขอถอน รายวิชาเรียน
        4. ให้คำปรึกษา และให้ความเห็นชอบ ในการขอผ่อนผันชำระเงินค่าลงทะเบียนรายวิชา ของนักเรียนนักศึกษา ที่อยู่ในความรับผิดชอบ และติดตาม แนะนำแก้ไข เกี่ยวกับการชำระเงินค่าลงทะเบียน ให้เสร็จสิ้นก่อนวันสอบปลายภาคเรียน และรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
        5. จัดทำ เก็บรวบรวม ประวัติข้อมูลการเรียน ของนักเรียนนักศึกษา ที่อยู่ในความรับผิดชอบ เพื่อเป็นข้อมูลในการออกหนังสือรับรองต่าง ๆ
        6. ติดตามช่วยเหลือ และให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเข้าร่วมกิจกรรมชมรมตามที่กำหนดไว้ ในระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการประเมินผลการเรียนแต่ละระดับ แก่นักเรียน นักศึกษา ที่อยู่ในความรับผิดชอบ
        7. ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเรียน การคำนวณหาค่าระดับคะแนนเฉลี่ย แก่นักเรียน นักศึกษา ที่อยู่ในความรับผิดชอบ
        8. แนะนำหาแนวทางป้องกันและติดตามนักเรียนนักศึกษา ที่ขาดเรียน (กรณีเลือกเรียนในชั้นเรียน) รวมทั้ง ป้องกันแก้ไขการออกกลางคัน ของผู้เรียน
        9. เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับ การกำหนดรายวิชา ในการลงทะเบียนเรียน และการเลือกวิธีการเรียน ในแต่ละรายวิชา ของแต่ละภาคเรียน แก่นักเรียน นักศึกษา ที่อยู่ในความรับผิดชอบ
        10. ประสานงานกับ แผนกวิชา หน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
        11. ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้บังคับบัญชา มอบหมาย


การจบหลักสูตร

        หลักเกณฑ์การจบหลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พุทธศักราช 2546 ระบบสะสมหน่วยกิต ภาคสมทบ มีดังนี้
        1. สอบได้รายวิชา ทุกรายวิชาที่กำหนดไว้ใน หลักสูตร แต่ละประเภทวิชา และสาขาวิชา
        2. ได้จำนวนหน่วยกิตสะสมครบถ้วน ตามโครงสร้างที่กำหนดไว้ในหลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พุทธศักราช 2546 แต่ละประเภทวิชา และสาขาวิชา
        3. ได้ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.00
        4. ผ่านการประเมินมาตรฐานหลักสูตร ตามข้อกำหนดของหลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พุทธศักราช 2546 ทุกประการ

ปรัชญาการศึกษา
     

ผู้เรียน สามารถเกิดการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ทุกโอกาส
ทุกสถานที่ ตลอดเวลา อย่างต่อเนื่อง ตลอดชีวิต
เมื่อมีความต้องการที่จะเรียน และมีเงื่อนไขที่เหมาะสม

   

วิธีทางการศึกษา มีอยู่อย่างหลากหลาย
แต่ละวิธีมีความเหมะสมกับแต่ละบุคคล
เป็นสิทธิของผู้เรียน ที่จะเลือกวิธีเรียน
ให้เหมาะสมแก่ตน ตามความสนใจ
ความพร้อม และศักยภาพ
การเรียนรู้ก็จะเกิดขึ้นได้ อย่างมีประสิทธิภาพ
 

     

สถานศึกษาจึงสมควร จัดวิธีการศึกษา ให้หลากหลาย
จัดเงื่อนไขการเรียนให้สอดคล้อง กับแต่ละวิธี
จัดสิ่งอำนวยความสะดวก ที่เกื้อกูลต่อการเรียนรู้ให้พร้อม
เพื่อเร้ากระตุ้น ให้ผู้เรียน ต้องการเรียนรู้
มีวิธี เครื่องมือวัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ

คุณภาพทางการศึกษาก็จะเกิดขึ้น
 

โครงสร้าง หลักสูตร
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พุทธศักราช 2540
สาขาวิชา คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ระบบสะสมหน่วยกิต ภาคสมทบ

1. หมวดวิชาพื้นฐาน                   18   หน่วยกิต

2. หมวดวิชาชีพ (ไม่น้อยกว่า)                 61   หน่วยกิต
        2.1 วิชาชีพพื้นฐาน         12  หน่วยกิต
        2.2 วิชาชีพเฉพาะ         15  หน่วยกิต
        2.3 วิชาชีพเลือก (ไม่น้อยกว่า)         30  หน่วยกิต
        2.4 โครงงาน / โครงงานวิชาชีพ         4  หน่วยกิต

3. หมวดวิชาเลือกเสรี (ไม่น้อยกว่า)         10 หน่วยกิต

        รวมไม่น้อยกว่า         89 หน่วยกิต

4. หมวดวิชาปรับพื้น
        สำหรับผู้จบชั้น ม.6 หรือเทียบเท่า หรือผู้จบ ปวช. สาขาอื่น
ที่นอกเหนือจากประเภทวิชาพณิชยการ ไม่น้อยกว่า 19  หน่วยกิต

        หมายเหตุ หมวดวิชา และจำนวนหน่วยกิต อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามหลักสูตร ปวส. 2546
ของกรมอาชีวศึกษา ซึ่งจะแล้วเสร็จในเดือน มีนาคม 2546

อัตราค่าเร่าเรียน
หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ระบบสะสมหน่วยกิต

ที่
วิธีการเรียน
อัตาราค่าเรียน
ค่าชั่วโมงเรียน
ค่าหน่วยกิต
ค่าธรรมเนียม
ท.
ป.
ท.
ป.
ท.
ป.
ประเมิณ
1
เรียนในชั้นเรียน
50
100
-
-
-
-
-
2
เรียนด้วยตนเอง
-
-
100
-
-
-
3
สอบเทียบประสบการณ์
-
-
-
-
-
-
100
4
โอนหน่วยกิต
-
-
-
-
20 บาทต่อรายวิชา
5
โครงงาน/โครงการวิชาชีพ
-
-
-
-
500 บาท

ค่าธรรมเนียมการจ่ายครั้งเดียวแรกเข้า

ที่
รายการ
ค่าใช้จ่าย
ค่าธรรมเนียม
1
ค่าธรรมเนียมการเรียนแรกเข้า
200 บาท
จ่ายครั้งเดียว
2
ค่าสมาคมศิษย์เก่า
200 บาท
จ่ายครั้งเดียว
3
ค่าปฐมนิเทศ
200 บาท
จ่ายครั้งเดียว
4
ค่าบัตรนักศึกษา
100 บาท
จ่ายครั้งเดียว
5
ค่าคู่มือนักศึกษา
100 บาท
จ่ายครั้งเดียว
รวม
800 บาท
จ่ายครั้งเดียว

ค่าธรรมเนียมการเรียนจ่ายต่อปี

ที่
รายการ
ค่าใช้จาย
หมายเหตุ
1
ค่าบำรุงห้องคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต
1,000 บาท
ต่อปี
2
ค่าบำรุงห้องสมุด
500 บาท
ต่อปี
3
ค่าวารสารประชาสัมพันธ์
200 บาท
ต่อปี
4
ค่าประกันอุบัติเหตุ
200 บาท
ต่อปี
รวม
1,900 บาท
ต่อปี

ตัวอย่างการประมาณการ
การคิดค่าลงทะเบียนเรียน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2546

ที่
รายวิชา
ท.
ป.
น.
วิธีการเรียน
เป็นเงิน
(บาท)
1
2
3
4
1
3000-1101
ภาษาไทยเพื่ออาชีพ 1
1
2
2
-
-
-
240
2
3000-1221
ภาษาอังกฤษธุรกิจ 1
1
2
2
-
-
-
240
3
3000-1401
วิทยาศาสตร์ 1
2
2
3
-
-
-
640
4
3200-0101
หลักการเศรษฐศาสตร์
3
0
3
-
-
-
360
5
3200-0102
กฏหมายธุรกิจ
3
0
3
-
-
-
360
6
3204-2001
ระบบปฏิบัติการ
2
2
3
-
-
-
360
7
3204-2002
ระบบฐานข้อมูล
2
2
3
-
-
-
640
8
3204-2101
หลักการเขียนโปรแกรม
2
2
3
-
-
-
640
รวม
16
12
22
-
-
-
-
3,480
ตัวอย่างประมาณการ การคิดค่าใช้จ่าย
        เรียนในชั้นเรียน ทฤษฎี 6 ชั่วโมง = 6*140 = 840 บาท
        เรียนในชั้นเรียน ปฏิบัติ 6 ชั่วโมง = 6*180 = 1,080 บาท
        เรียนด้วยตัวเอง 13 หน่วยกิต = 13*120 = 1,560 บาท
                รวม (ประมาณ) = 3,480 บาท
หมายเหตุ วิธีการเรียน
        1     คือ      การเรียนในชั้นเรียน
        2     คือ      การเรียนด้วยตนเอง
        3     คือ      การสอบเทียบประสบการณ์
        4     คือ      การโอนผลการเรีย

อัตราค่าลงทะเบียน ขึ้นอยู่กับการเลือกวิธีการเรียนในแต่ละรายวิชา

การแบ่งกลุ่มผู้เรียน หลักสูตร ปวส. ระบบสะสมหน่วยกิต ภาคสมทบ
วิทยาลัยสารพัดช่างปราจีนบุรี สถาบันการอาชีวศึกษา ภาคตะวันออก 1

1. วิธีการเรียนในชั้นเรียน
         1.1 วิชาทฤษฎี 40 คน ต่อ 1 กลุ่ม อาจารย์ผู้สอน 1 คน
                   - การสอบวิชาทฤษฎี 40 คน ต่อ 1 ห้องสอบ ต่อ ผู้คุมสอบ 2 คน
         1.2 วิชาปฏิบัติ 40 คน ต่อ 1 กลุ่ม อาจารย์ผู้สอน 1 คน
                   - ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ 2 คน ต่อ 1 เครื่อง (1 ห้องเรียน มีเครื่องคอมพิวเตอร์ 20 เครื่อง)
                  - ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่ต่ำกว่า 75 %
                  - การปฏิบัติ สอบเดี่ยวรายบุคคล เครื่องคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง ต่อ 1 คน

2. วิธีการเรียนด้วยตนเอง
          2.1 วิชาทฤษฎี 40 คน ต่อ 1 กลุ่ม อาจารย์ผู้สอน 1 คน
                   - การสอบวิชาทฤษฎี 40 คน ต่อ 1 ห้องสอบ ต่อ ผู้คุมสอบ 2 คน
         2.2 วิชาปฏิบัติ 40 คน ต่อ 1 กลุ่ม อาจารย์ผู้สอน 1 คน
                  - การปฏิบัติ สอบเดี่ยวรายบุคคล เครื่องคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง ต่อ 1 คน

3. วิธีการสอบเทียบประสบการณ์
         3.1 การสอบวิชาทฤษฎี 40 คน ต่อ 1 ห้องสอบ ต่อ ผู้คุมสอบ 2 คน
         3.2 การสอบวิชาภาคปฏิบัติ 20 คน ต่อ 1 ห้องสอบ ต่อ ผู้คุมสอบ 1 คน
                  - การปฏิบัติ สอบเดี่ยวรายบุคคล เครื่องคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง ต่อ 1 คน

4. วิธีการโอนผลการเรียน
         โดยการติดต่อยื่นคำร้องที่แผนกทะเบียน เสียค่าธรรมเนียม วิชาละ 50 บาท

ประกาศวิทยาลัยสารพัดช่างปราจีนบุรี
เรื่อง การรับสมัครนักศึกษาเข้าศึกษาต่อหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ปีที่ 1
ระบบสะสมหน่วยกิต ภาคสมทบ

วิทยาลัยสารพัดช่างปราจีนบุรี มีความประสงค์รับสมัครนักศึกษา เพื่อเข้าศึกษาต่อหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ปีที่ 1 สาขาวิชา คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ระบบสะสมหน่วยกิต ภาคสมทบ ประจำภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2546 ดังต่อไปนี้
1. คุณสมบัติของผู้สมัคร
         1.1 สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ทุกสาขาวิชา หรือระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือเทียบเท่า
         1.2 มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์
         1.3 มีความประพฤติเรียบร้อย ไม่เป็นผู้ติดสารเสพติดใดๆ
         1.4 มีความเลื่อมใสศรัทธา ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
2. กำหนดการรับสมัคร
         2.1 วันรับสมัคร ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ตั้งแต่เวลา 08.00 - 20.00 น. (เว้นวันหยุดราชการ)
3. สถานที่รับสมัคร
         3.1 สมัครด้วยตนเอง ณ วิทยาลัยสารพัดช่างปราจีนบุรี ต. หน้าเมือง อ. เมือง
จ. ปราจีนบุรี โทร. 0-3721-2220 (โปรดแต่งตัวชุดสุภาพในวันสมัคร)
4. หลักฐานการสมัครเข้าเรียน
         4.1 สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 2 ชุด (พร้อมฉบับจริงมาแสดง)
         4.2 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 2 ชุด (พร้อมฉบับจริงมาแสดง)
         4.3 รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป (ถ่ายมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน)
         4.4 สำเนาเอกสารหลักฐานการสำเร็จการศึกษา จำนวน 2 ชุด (พร้อมฉบับจริง)
5. สาขาวิชาที่เปิดสอน
         5.1 สาขาวิชา คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ทุกรายวิชามีวิธีการเรียน 4 วิธี โดยผู้เรียนสามารถเลือกวิธีการเรียนได้ด้วยตนเองในวันลงทะเบียนเรียนดังนี้
                  5.1.1 การเรียนในชั้นเรียน
                  5.1.2 การศึกษาด้วยตนเอง
                  5.1.3 การขอสอบเทียบประสบการณ์
                  5.1.4 การโอนผลการเรียน
6. วิธีการสมัคร
         6.1 จำหน่ายคู่มือ ระเบียบการ และยื่นใบสมัครด้วยตนเอง ได้ที่ วิทยาลัยสารพัดช่างปราจีนบุรี ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
7. วันเวลาเรียน
         7.1 เรียนวันเสาร์ หรือวันอาทิตย์ เวลา 08.00 - 20.00 น.          โดยเป็นไปตามที่ผู้เรียนเลือกวิชาเรียนและวิธีการเรียนในวันลงทะเบียนเรียน
8. จำนวนนักศึกษาที่รับสมัคร
         8.1 วิธีการเรียนในชั้นเรียน จำนวน 80 คน ต่อรายวิชา
         8.2 วิธีการเรียนรู้ด้วยตนเอง ไม่จำกัดจำนวน
         8.3 วิธีการสอบเทียบประสบการณ์ ไม่จำกัดจำนวน
         8.4 วิธีการโอนผลการเรียน ไม่จำกัดจำนวน
9. การรับรายงานตัว
         9.1 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าเรียน วันที่ 3 เมษายน 2549
         9.2 วันรายงานตัวเลือกวิชาเรียน และวิธีเรียน วันที่ 5 เมษายน 2549 เวลา 09.00 น.
(ผู้ไม่มารายงานตัวถือว่าสละสิทธิ)
         9.3 วันปฐมนิเทศ และลงทะเบียนเรียน วันที่ 10 เมษายน 2549 เวลา 09.00 น.
         9.4 วันเปิดเรียน วันที่ 13 พฤษภาคม 2549
(วันเปิดเรียนอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศของวิทยาลัยฯ ในวันปฐมนิเทศ)                                                  

ถามมา - ตอบไป

หากท่านมีปัญหา ???
1. ถาม ค่าเรียนเทอมละเท่าไร ?
ตอบ แล้วแต่ผู้เรียนจะเลือกวิธีเรียน ถ้าเลือกเรียนวิธีเรียนด้วยตนเองก็จะถูกลง ค่าเทอมจะ
ประมาณ 2,000 - 4,000 บาท

2. ถาม ถ้าเรียน ปวส. อยู่ที่สถานศึกษาอื่น จะเรียนที่นี่ได้ไหม ?
ตอบ เรียนได้ครับ ดีด้วย เพราะจะได้จบ 2 สาขาวิชา พร้อมๆ กัน เมื่อไปสมัครงานเขาต้องการวุฒิไหนก็เอาใบนั้นไปสมัคร ดีอีกอย่างหนึ่งคือ ค่าเรียนถูกมากๆ เพราะว่าไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียนหน่วยกิต เมื่อเรียนได้เกรดจากสถานศึกษาอื่นก็นำมาเทียบโอน ที่วิทยาลัยสารพัดช่างปราจีนบุรี เสียค่าโอนแค่วิชาละ 50 บาท แล้วมาเก็บบางรายวิชาให้ครบหลัก

3. ถาม คนทำงานแล้วบางครั้งวันเสาร์ หรืออาทิตย์ ไม่ว่างมาเรียน หรือว่างวันเดียว จะทำอย่างไร?
ตอบ ไม่เป็นไรครับ คุณสามารถเลือกวันเรียนด้วยตนเองได้ เรียนเป็นบางวันก็ได้ ถ้าติดงานคุณก็เลือกวิธีการเรียนรู้ด้วยตนเองได้ครับ ไม่ต้องมาเรียน ถึงเวลาก็มาสอบครับ

4. ถาม เรียนในห้องเรียนยังไม่ค่อยรู้เรื่องเลย แล้วเรียนด้วยตนเองจะรู้เรื่องไหม ?
ตอบ คุณต้องเลือกเป็นบางรายวิชา ประเมินตนเองก่อนว่าวิชาไหนพอที่จะเรียนด้วยตนเองได้ก็เรียนวิชานั้น วิชาไหนยากๆ ก็เลือกเรียนในชั้นเรียนครับ
แต่การเรียนด้วยตนเองนั้น เรามีอาจารย์ที่ปรึกษาคอยดูแลให้คำแนะนำ ไม่รู้เรื่องตรงไหนก็มาถามได้ เรามีคู่มือ สื่อการเรียนรู้ให้ด้วยมีแหล่งค้นคว้าให้ ไม่ใช่ปล่อยให้เรียนอย่างไร้ทิศทาง เมื่อมีความรู้แล้วจึงมาสอบเพื่อวัดผลเป็นเกรด ต้องรู้เรื่องอย่างแน่นอนและมีคุณภาพด้วยครับ

5. ถาม ถ้ามีเงินไม่พอที่จะจ่ายค่าลงทะเบียน จะทำอย่างไรดี ?
ตอบ ก็ให้ทำเรื่องขอผ่อนผันค่าลงทะเบียนเรียนโดยแบ่งจ่ายได้เทอมละ 2 ครั้ง แต่ครั้งสุดท้ายต้องจ่ายก่อนสอบให้หมดนะครับ คุยกันได้ครับ

6. ถาม ถ้าเทอมแรกมาเรียนได้ แต่เทอมต่อไปไม่ว่างต้องการหยุดเรียนก่อน จะทำอย่างไรดี ?
ตอบ เราให้เวลาในการเรียนได้นานถึง 6 ปีครับ โดยเทอมที่หยุดไปก็ไม่ต้องมาลงทะเบียน แต่มายื่นคำร้องรักษาสภาพการเป็นนักศึกษาได้ โดยเสียค่าธรรมเนียมเทอมละ 200 บาท เท่านั้นครับ พร้อมเมื่อไรก็กลับมาเรียนต่อได้ครับ

7. ถาม ใช้เวลาเรียน กี่ปี ถึงจบ ?
ตอบ ปกติเรียนไม่เกิน 2 ปีครับ อาจเร็วหรือช้ากว่านี้ก็ได้ ขึ้นอยู่กับผู้เรียนครับ
- ถ้าเลือกเรียนในชั้นเรียนทุกรายวิชา ก็จบ ภายในระยะเวลา 2 ปี (ถ้าผ่านทุกรายวิชา)
- ถ้าเลือกเรียนด้วยตนเองทุกรายวิชา ก็อาจจบก่อนระยะเวลา 2 ปี (ถ้าผ่านทุกรายวิชา)
- ถ้าเลือกเรียนแบบเรียนในชั้นเรียน และแบบเรียนด้วยตนเอง ก็อาจจบก่อนระยะเวลา 2 ปี
(ถ้าผ่านทุกรายวิชา)
- แต่ถ้าจบ ม.6 หรือเทียบเท่า ที่ไม่ได้จบ ปวช. สาขาพณิชยการ ก็ใช้ระยะเวลาในการเรียนประมาณ 2 ปีครึ่ง แล้วแต่จะเลือกวิธีการเรียน เพราะต้องเรียนรายวิชาปรับพื้นเพิ่มด้วยครับ

ถ้ามีคำถามนอกเหนือจากนี้ก็โทรมาสอบถามได้นะครับ ที่เบอร์โทร. 037 - 212220 นะครับ

Copyright2003 Prachinburi Polytechnic College. All Rights Reserved.
วิทยาลัยสารพัดช่างปราจีนบุรี ถ.ราษฎรดำริ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี 25000, Tel. 0-3721-2220
, ppcollege@hotmail.com